บุหรี่ไฟฟ้ากับความคลุมเครือทางกฏหมาย

ขายบุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้า พูดถึงคำนี้หลายคนคงนึกถึงอุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นแท่ง ด้านในมีกลไกบรรจุขอเหลว สามารถสูบได้เหมือนบุหรี่มวนทั่วไปแม้ว่าจะไม่เป็นที่นิยมกันมากแต่ก็เป็นที่รู้จักกันอยู่ทั่วไป บุหรี่ไฟฟ้าในท้องตลาดปัจจุบัน มีระบบการทำงานที่ใช้หลักการระเหยของสารนิโคตินเหลวด้วยความร้อนจากไฟฟ้า ไม่ใช่การเผาไหม้เหมือนกับบุหรี่มวนหรือบุหรี่ยาเส้นแบบทั่วไป ซึ่งเชื่อว่าน่าจะช่วยให้ผู้สูบลดความเสี่ยงที่จะได้รับสารที่เป็นอันตรายต่อปอด เช่น น้ำมันดิน หรือทาร์ และคาร์บอนมอนอกไซด์  ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอดและโรคมะเร็งอื่นๆ ลงได้บ้าง (อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยจากสารพิษมากกว่าบุหรี่มวน อย่างชัดเจนนัก)

          ส่วนประกอบของบุหรี่ไฟฟ้า ประกอบด้วย สารนิโคติน และสารอื่นๆ เช่น แอลกอฮอล์ โพรไพลีนไกลคอล กลีเซอรีน และสารให้กลิ่นรสชาติ บางคนอาจมีภาวะแพ้เมื่อสัมผัส หรือสูดดมเข้าไป แล้วก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ดวงตา และปอดได้ แต่หากร่างกายสามารถปรับตัวหรือไม่เกิดผลในแง่ลบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ก็อาจเป็นแนวทางเลือกหนึ่งในการสูบยาของคนในปัจจุบัน กล่าวคือ ในช่วงระยะแรกของการใช้งานเมื่อสูบเข้าไปจะเกิดอาหารแสบคอ แต่เมื่อใช้ไปแล้ว 5 วัน ถึง 2 สัปดาห์ อาการข้างเคียงก็จะบรรเทาหายไปในที่สุด กระนั้นก็ตามหากใครที่กำลังใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่ก็ควรที่จะตระหนักถึงการดูแลทำความสะอาด เพื่อให้อุปกรณ์สูบบุหรี่ไฟฟ้าสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่า ส่วนใหญ่จะถอดมาล้างทุกๆ 2 – 3 อาทิตย์ และเปลี่ยนหัวอะตอมทุก 1 ถึง 2 เดือน ส่วนนิโคตินเหลวที่บรรจุในขวดหากเก็บรักษาไม่ดี หรือเก็บไว้นานอาจจะมีเชื้อรา ทำให้ผู้สูบรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายเวลาสูบ และยังเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงการเกิดโรคร้ายแรงขึ้น

          ปัจจุบันแม้ว่าการขายบุหรี่ไฟฟ้า pod จะยังไม่มีกฎหมายรับรองอย่างชัดเจน แต่ก็กล่าวได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสินค้าที่ไม่เสียภาษีของประเทศไทย และถูกขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้าสู่ราชอาณาจักร ซึ่งยังคงมีการจับกุมและกวางล้างผู้ที่วางจำหน่ายขายก็ตาม ในทางตรงกันข้ามกฎหมายภายในประเทศก็ยังไม่ได้ระบุถึงโทษหรือข้อห้ามของการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในฐานะผู้บริโภคเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าทุกวันนี้ก็ยังคงมีการรวมกลุ่มกันผลักดันให้การขายบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ถูกกฏหมายและเป็นสินค้าเสียภาษี